ผู้เขียนคิดจะหางานพาร์ทไทม์หลายๆงานเพิ่มเติม เพื่อเตรียมหาเงินไปเรียนต่อช่วงฤดูร้อนปีนี้ เพราะไม่อยากยุ่งยากขอยืมเงินทุนรัฐบาลมาเรียนเหมือนปริญญาใบแรก กว่าจะผ่อนใช้หมด ดอกเบี้ยก็ตั้งหน้าตั้งตาออกดอกงามสะพรั่งบานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าการแบ่งตัวของพวกไวรัส
คราวนี้ไปได้งานพาร์ทไทม์อีกงานหนึ่งที่Nursing Home ซึ่งเป็นองค์กรคาทอลิคที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้ ส่วนมากคนแก่ที่อยู่ที่นี่มีร่ำรวยมากกว่าที่ Nursing Home อื่น สถานที่จึงดูหรูหราสมกับเป็นชั้นหนึ่งของเมืองนี้
รู้สึกอึดอัดทันทีในวันแรกที่เริ่มทำงาน หน้าที่ของงานไม่ยากเย็นเลย เพราะมีประสพการณ์จากงานพยายาบาลมาหลายแห่งทั้งจากเมืองไทยและที่อเมริกา แต่ความยากอย่างสุดยอดของงานที่นี่มันอยู่ตรงที่การเอาใจบรรดาคนรวยทั้งหลาย ซึ่งมันยากยิ่งกว่าเข็นช้างแก่ที่เป็นอัลไซเมอร์ขึ้นภูเขาหิมาลัยซะอีก เพราะพวกนี้นอกจากจะจู้จี้จุกจิกงี่เง่าแบบสุดๆแล้ว ยังชอบดูถูกคนต่างชาติที่ไม่ใช่คนผิวขาวอีกต่างหาก ทั้งๆที่ผู้เขียนไปช่วยเหลือพวกเขาให้การบริการด้านพยาบาลเต็มที่ แต่พวกนี้ทำท่าราวกับว่าเราเป็นทาสติดเรือนเบี้ยของมันยังไงยังงั้นเลย
แม้ผู้เขียนจะผ่านการฝึกอบรมมาอย่างหนักให้อดกลั้นอดทน มีอารมณ์หนักแน่น ไม่โกรธง่าย ต้องเข้าใจสภาวะความเจ็บป่วยของผู้ป่วยทุกรูปแบบ แต่ว่าก็ยังไม่ได้ฝึกญาณถึงขั้นเป็นอรหันต์นี่หว่า จะได้ตัดอารมณ์ทุกอย่างได้หมดสิ้นแล้วนั่งนิ่งๆเป็นพระอิฐพระปูนให้ฝรั่งงี่เง่าพวกนี้มันโขลกสับเอาตามใจชอบ จริงอยู่ถึงมีเงินค่าจ้างตอบแทนตามสมควร แต่มันก็ไม่ได้หมายถึงว่าเงินจะยอมให้ผู้เขียนเสียศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย ให้คนแก่ตาน้ำข้าวมันเหยียบย่ำได้ตามใจชอบเสมอไปหรอกนะ มันต้องมีขอบเขตกันบ้างสิ
แม้พยายามทำใจ แต่มันก็ยังหนักอยู่ในความคิด แถมคนแก่รวยๆพวกนี้ยังขี้เกียจตัวเป็นขนอีกต่างหาก กะอีแค่หยิบหลอดดูดน้ำใส่แก้ว ก็ต้องกดสัญญาณเรียกให้คนเข้าไปช่วยหยิบใส่ให้ ทั้งๆที่แก้วน้ำก็ตั้งอยู่ตรงหน้า ห่างจากจมูกไม่ถึงคืบ หลอดดูดก็วางห่างจากหน้าระยะแค่หัวสิวกระเด็นหลุดเท่านั้น ทั้งๆที่มือเท้าทุกอย่างยังใช้การได้ไม่ได้พิการอะไรตรงไหนสักนิด วันๆก็เอาแต่นอนบนเก้าอี้ยาวดูทีวีไม่ชอบออกกำลังทำอะไรทั้งสิ้น แล้วอย่างนี้สภาพร่างกายมันจะไปฟื้นฟูอะไรได้? มีแต่จะเพิ่มไขมันพอกไปทั่วทุกที่ทุกวัน อีกหน่อยก็คงตัวอ้วนพองกลมดิก เห็นแต่หัวหลิมๆเหมือนตัวเห็บหมา แล้วคงกลิ้งตกเก้าอี้สักวันหรอก การพูดจาก็ไม่มีมนุษยสัมพันธ์อะไรสักอย่าง เอะอะก็ตะโกนโหวกเหวกราวกับมีมือผีลึกลับมาบีบคอหอย เที่ยวด่าแบบหยาบๆคายๆใส่หน้าใครต่อใครไปทั่ว นี่เหรอพวกคนรวยในประเทศที่เจริญแล้ว? ดูในรูปตอนที่พวกเขายังหนุ่มๆสาวๆก็ดูหรูหราเริ่ดดีอยู่หรอก แต่พอแก่ตัวลงทำไมถึงกลายเป็นพวกที่หยาบคายน่าสมเพทเวทนาซะเหลือเกินก็ไม่รู้ หรือว่าความร่ำรวยมันมีความกดดันมากเกินไป ? ความมีเงินมากเกินไปนี่ก็ทำให้คนเรากลายเป็นคนครึ่งดิบครึ่งสุกในตอนแก่ได้เหมือนกันนะ
คิดถึงพวกคนเฒ่าคนแก่ที่เมืองไทยแล้ว ความรู้สึกมันตรงกันข้ามกันเลย เพราะคนแก่ที่บ้านเรามีความสงบอยู่ในศีลในธรรม โอบอ้อมอารีกับคนรุ่นลูกรุ่นหลาน อาศัยเป็นที่พึ่งทางใจได้เสมอ หน้าตาก็ยิ้มแย้มแจ่มใสมากกว่า ไม่เหมือนคนแก่ฝรั่ง ที่วันๆหารอยยิ้มสักนิดก็ไม่มี มีแต่รอยเหี่ยวยับย่นของความบูดบึ้งบนหน้า แล้วยังชอบทำท่าเหมือนพร้อมที่จะกระโดดงับคอใครสักคนที่เข้ามาใกล้ๆ แถมยังเป็นสุดยอดแชมป์แห่งความจู้จี้จุกจิกแบบไม่มีคนแก่ชาติไหนในโลกสามารถแย่งชิงตำแหน่งความบูดบึ้งนี้ไปได้เด็ดขาด ก็เพราะแบบนี้ไงพวกฝรั่งที่เป็นลูกหลานถึงได้หอบทิ้งไว้เพื่อรอการเดินทางกลับบ้านเก่าที่ Nursing Home










