ปีใหม่ของเพื่อนผู้เดียวดาย…

นาทีแห่งการจากลาปี2554กำลังจะมาถึง…หลายๆคนเริ่มต้นการCount downกันแล้ว เพื่อลุ้นการมาถึงของปี 2555 ให้มาถึงเร็วๆ  แต่ยังมีผู้คนที่ยากไร้อีกหลายล้านคน ไม่มีกะจิตกะใจจะรับรู้อะไรทั้งนั้น ไม่เค้าท์อะไรทั้งนั้นไม่ว่าดาวหรือเดือน เพราะแค่เค้าท์จำนวนตัวเลขดอกเบี้ยเงินกู้ของปีเก่าที่กำลังจะผลิบานสลอนให้เชยชมทันทีในวันใหม่เดือนใหม่และปีใหม่ ก็พาลจะหมดแรงเค้าท์แล้ว….

 พูดถึงของขวัญปีใหม่….เศรษฐีทั้งหลายสามารถใช้เงินเนรมิตรบรรดาสรรพสิ่งทั้งหลายที่เขาปรารถนาให้ได้แค่ในพริบตาเดียว รถเก๋งคันใหม่เอี่ยม…คอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุด…แหวนเพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน….หรือว่าอยากได้เสื้อผ้าราคาแพงระยับด้วยฝีมือดีไซด์เน่อร์ระดับแนวหน้าสุดในวงการแฟชั่น? ที่พอใส่เข้าไปแล้วดูเหมือนเพิ่งกลับมาจากการห้ามหมากัดกันเพราะชายผ้าดูขาดรุ่งๆริ่งๆ เหมือนวิ่งหนีหมาด้วย แต่ไม่พ้นเลยโดนหมางับชายผ้าเข้าให้ จึงเป็นที่มาของตำนานการดีไซด์แฟชั่นประหลาดๆราคาแพงลิบ หรือว่าอยากๆได้อะไรล่ะว่ามาเลย…เงินฟ่อนในมือเศรษฐีพร้อมที่จะแลกมาได้ทันที….แต่บรรดาขอทานและผู้เร่ร่อนไร้บ้านทั้งหลาย ต่อให้พวกเขาพริบตาเป็นพันๆครั้งก็ยังเห็นเพียงความว่างเปล่าที่อ้างว้างอย่างจับใจ….หาแค่เศษอาหารจะกรอกเพียงครึ่งกระเพาะเพื่อประทังชีวิตอยู่ให้ผ่านพ้นไปแต่ละวันก็แทบจะเลือดตากระเด็นอยู่แล้ว…… 

ในนาทีที่เศรษฐีเปิดแชมเปญฉลองรับขวัญวันปีใหม่อยู่ในคฤหาสน์หรูๆอย่างสุขสราญใจท่ามกลางสมาชิกครอบครัวและญาติมิตรเพื่อนฝูงพร้อมหน้า….แต่ขอทานผู้ดายเดียวกำลังเดินเร่ร่อนไปตามถนนทุกตรอกและซอกซอย หาก็อกน้ำประปาข้างถนนเปิดใส่ปากเพื่อดับความกระหายหลังจากการเดินทางอันไร้จุดหมายที่แสนเหนื่อยล้ามาตลอดวัน….และพยายามใช้อุ้งมือทั้งสองกอบน้ำจากก๊อกล้างรอยคราบฝุ่นควันและเหงื่อไคลปนกันเป็นคราบดำตามเสื้อผ้าและร่างกาย..อย่างน้อยความเย็นฉ่ำของน้ำก็ช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยให้สดชื่นขึ้นได้บ้าง…แม้สักนิดก็ยังดี…

ในขณะที่หลายๆคนกำลังเฮฮามองฟ้าเค้าท์ดาวน์นับนาทีไล่ปีเก่า….แต่จะมีใครสักกี่คนหนอ? ที่พร้อมจะแบ่งปันรอยยิ้ม…ความสนุกสนานเหล่านั้น…ความคิดถึงและความห่วงใยให้กับเพื่อนมนุษย์อีกหลายๆคนที่กำลังนั่งเหม่อลอยมองฟ้าอย่างไร้ความหวังข้างถนน…. ใต้สะพานลอย….หรือสถานีโดยสารขนส่งในเมืองใหญ่ๆ…พวกเขาเหล่านั้นยังมองไม่เห็นแม้แต่แสงดาวที่จะส่องสว่างนำทางให้เดินต่อไปในคืนจากลาปีเก่าเพื่อไปก้าวสู่เช้าวันปีใหม่…..

ปีเก่า หรือปีใหม่…ชีวิตเหล่านี้ก็ยังโดดเดี่ยวเดียวดายและถูกมองอย่างไร้ความหมายเหมือนเดิม….

โอ้…เจ้านกขมิ้นน้อย…เจ้าเหนื่อยอ่อนร่อนเร่..ร้างรวงรัง….อยู่กับความหวังที่เคว้งคว้างเลือนร้างไกล………ปีเก่าหรือปีใหม่ ชีวิตก็ยังยากไร้ไม่เปลี่ยนแปลง….

ไดอารี่ที่รัก

         หลังจากหมกตัวอยู่กับกองหนังสือทำรายงานอย่างชนิดที่เรียกว่าลืมเวลา ลืมทุกอย่าง และเลยเถิดจนกระทั่งลืมแม้กระทั่งชื่ออาจารย์ที่จะต้องเอารายงานไปส่งอีกด้วย (อะแอ้ม… เจ้าหน้าที่การเงินที่รัก… ตัวเลขบนเช็คที่ต้องจ่ายให้ผู้เขียนนั้น ยังไม่ลืมนะ เพราะฉะนั้นอย่าฉวยโอกาสเขียนจำนวนให้ผิดและน้อยลงเหมือนคราวก่อนล่ะ) เพิ่งได้โอกาสทำความสะอาดที่นอนให้เจ้าหมาแมวที่บ้าน …เจ้าหญิงครางหงิงๆหงังๆ เพราะถูกดึงตัวอ้วนๆกลมๆออกมาจากที่นอนอุ่นๆที่กำลังหลับสบายๆ ส่วนเจ้าส้มตำไม่พูดไม่ร้องไม่อะไรทั้งนั้น แต่นั่งฉี่ราดให้เห็นๆเลย แถมทำปากแบบยิ้มหวานๆอีกด้วย เลยได้ออกกำลังกันอุตลุต เพราะเจ้าส้มตำไม่ยอมออกจากที่นอนที่เปียกโชก…มันอะไรกันนักหนาล่ะเนี่ย?  แต่ละตัวปรับเปลี่ยนนิสัยเป็นหมาในเมืองไปหมดแล้ว โดนความหนาวนิดๆหน่อยๆก็สะดุ้ง ฮึ่ม..เดี๋ยวส่งไปโรงงานลูกชิ้นที่เวียตนามซะเลยเป็นไง? คงได้ลูกชิ้นตัวละหลายโลเชียว

         เมื่อวานมีคนที่ไม่เคยรู้จักโทรศัพท์มาสามครั้ง ครั้งแรกพอรับสาย คุณท่านก็รัวลิ้นเหมือนข้าวตอกแตก  ยังไม่ทันรู้เหนือรู้ใต้เลยว่าโทรมาทำไม? และเพื่ออะไร? จับใจความอย่างเดียวเรื่องทำประกันเกี่ยวกับรถ เอ๊ะ!รู้ได้ไง(วะ)ว่าผู้เขียนมีรถยี่ห้ออะไร? ดูเหมือนคุณเซลแมนท่านนั้นกำลัง”แตกฟอง” กับการพูดๆๆๆ ไม่เปิดโอกาสให้ถามไถ่อะไรทั้งนั้น ผู้เขียนเลยฉวยโอกาสวางโทรศัพท์ปล่อยให้แกพูดคนเดียวตามสบาย ส่วนตัวเองก็ขนผ้าลงไปใส่เครื่องซักข้างล่าง….และมัวแต่ยุ่งกับการปัดกวาดในห้องซักผ้า กว่าจะขึ้นมาข้างบน ก็ลืมไปเลยว่าวางโทรศัพท์ให้คุณเซลแมนพูดอยู่คนเดียวซะนาน ยกโทรศัพท์ฟังอีกที ท่านหายไปแล้ว..คงเมื่อยปาก หรือไม่ก็สายโทรศัพท์มอดไหม้ไปหมดแล้ว….

           รายต่อมาผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม แต่ประสงค์จะให้ผู้เขียนบริจาคเงินช่วยกิจกรรมอะไรของเขาก็ไม่ชัดเจน แต่เลขจำนวนเงินกลับบอกชัดเจนและชัดแจ๋วเชียวล่ะ….รู้แต่ว่าเงินนั้นจะเอาไปทำกิจกรรมออกฉลากการกุศล…ผู้เขียนเลยนึกสนุกขึ้นมาบ้างบอกเขาว่าตอนนี้อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อรวบรวมเงินกลับมาช่วยคนไทยที่กำลังลำบากเรื่องที่อยู่อาศัยเพราะน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศ คุณพอจะช่วยเหลืออะไรได้บ้างไหมล่ะ? ปรากฎว่าวางสายเงียบไปเลย..ไชโย…

            ส่วนอีกรายโทรมาเพื่อขอให้สมัครสมาชิกรับหนังสือพิมพ์ที่ออกวางตลาดสัปดาห์ละฉบับ ตอบทันทีเลยว่าไม่ เพราะขี้เกียจอ่านแผ่นโฆษณาที่มีมากกกว่าแผ่นหนังสือพิมพ์ แถมเนื้อหาในเล่มก็มีแต่โฆษณาจนแทบจะหาที่ว่างสำหรับเนื้อหาอื่นๆไม่ได้เลย…ทำไมไม่ทำแคตตาล๊อคสินค้าให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะ? เฮ้อ…มีแต่โทรมาแบบให้จ่ายเงินทั้งนั้น ทำไมไม่โทรมาเพื่อให้ไปรับเงินบ้างก็ไม่รู้สิ…รำคาญจัง..แถมโทรมาทุกวันอีกด้วย..ขยันจัง

              จบย่อๆแค่นี้ก่อนนะไดอารี่ เดี๋ยวมาเขียนต่อเพราะลืมไปว่าวันนี้ต้องเอารายงานไปให้อาจารย์ดูก่อนส่งแบบเป็นทางการจริงๆ…เกือบลืมอีกแล้วล่ะสิ…เฮ้อ..กลับมาหมกตัวกับรายงานต่ออีกแล้ว…เบื่อจัง  คราวนี้จะไม่หัวเราะเสียงอิ..อิ..อิ แต่อยากจะร้องไห้..โฮ..โฮ..โฮ…มากกว่า(ว่ะ)