ประเด็นร้อน

ระยะสองสามวันมานี้ มีเหตุการณ์ในบ้านให้เกิดการถกเถียงกันด้วยประเด็นร้อนฉ่าๆยิ่งกว่าผัดผักบุ้งไฟแดง นั่นคือ…

“เจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ลบุกเข้ายึดพื้นที่ของส้มตำ  ควรตัดสินกรณีพิพาทนี้อย่างไร?” คู่กรณีแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายชายในบ้านทั้งสองคนผนึกกำลังเข้าข้างหนูส้มตำและฝ่ายเจ้าหญิงหรือ”ยัยหญิง”กับผู้เขียน ส่วนน้องแมวสองตัวไม่สนับสนุนฝ่ายไหนขออยู่แบบเป็นกลางเหมือนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จ้องอยู่อย่างเดียวว่าฝ่ายไหนเสริฟอาหารมา ก็จะรับหมดไม่เกี่ยงทั้งนั้น เหมือนธนาคารที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์พร้อมรับเงินฝากทุกสกุลทั้งฝ่ายประเทศเสรีทุนนิยมและฝ่ายสังคมนิยมคอมมูนิสต์ 

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าหลังจากที่ผู้เขียนพยายามใส่เสื้อกันหนาวให้ยัยหญิงเป็นครั้งที่แปดร้อยห้าสิบกว่าๆ ก็ต้องยกเลิกความพยายามชั่วคราว เพราะไม่ว่าจะทำยังไงยัยหญิงจะต้องหาวิธีให้เสื้อหลุดออกไปจากตัวให้ได้ หมาอะไร(วะ)ชอบนุ่งลมห่มฟ้าเป็นอาจิณ หนาวแสนหนาวยังไง ยัยหญิงต้องสลัดเสื้อผ้าที่ใส่ให้อย่างไม่แยแส  เอาล่ะเหนื่อยจนซี่โครงบานกับเจ้าบีเกิ้ลจอมดื้อตัวนี้แล้ว ต้องพักสักหน่อย กะว่าจะหาวิธีอื่นมาลองใหม่ คืนนั้นหนาวมาก ยัยหญิงกับส้มตำมีกรงนอนคนละกรง ถึงแม้เป็นกรงแต่ก็สามารถเปิดประตูไปมาหากันได้ตลอด ทั้งสองมีที่รองนอนอย่างครบถ้วนกันความหนาว แต่พอเช้าขึ้นเหตุการณ์ปะทุขึ้นทันทีเมื่อหนุ่มฝรั่งในบ้านเห็นเจ้าหญิงเข้าไปยึดด้านในสุดของกรงของส้มตำ โดยยัยหญิงปล่อยกรงตัวเองทิ้งไว้ชั่วคราวหรือทิ้งแบบถาวรก็ไม่ได้ระบุเจตนารมณ์  ส่วนส้มตำก็ทำหน้าที่ต้อนรับโดยไม่ขับไล่เจ้าหญิงแต่ประการใด แถมตัวเจ้าส้มตำนอนกั้นข้างหน้ากรงเพิ่มความอุ่นให้ยัยหญิงนอนหลับอย่างอบอุ่นในคืนที่หนาวเย็นยะเยือก ทุกอย่างไม่น่าเป็นปัญหา แต่ทว่าทั้งสองชายไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้าหญิงเข้าไปยึดพื้นที่ของส้มตำอย่างเงียบเชียบ การเจรจาในบ้านจึงเริ่มตรึงเครียด…และเครียดมากขึ้นเมื่อหนุ่มฝรั่งยื่นขอเสนอแกมบังคับ

“เธอต้องไปจัดการให้เจ้าหญิงกลับมานอนที่กรงเดิมให้ได้ เพราะไม่งั้นส้มตำจะไม่มีที่นอนเป็นของตัวเอง” เสียงชายใหญ่ในบ้านโหวกเหวกในตอนเช้ามืดที่เหน็บหนาว ปลุกทุกคนใบบ้านตื่นมาเครียดกับเหตุการณ์ แถมคนข้างบ้านก็ต้องตื่นด้วย โชคดีที่ไม่มีก้อนหินบินมาลงหลังคาบ้าน เพื่อต้อนรับอรุณรุ่ง

“หยกก็เห็นด้วยนะ เจ้าหญิงชอบเอาเปรียบส้มตำประจำเลย” ชายน้อยในบ้านเสริมขึ้น ทั้งๆยังง่วงงัวเงีย ขี้ตายังติดกรังอยู่เลย

“ในเมื่อส้มตำยินยอมให้ยัยหญิงเข้าไปพักเอง จะให้ฉันทำไงล่ะ? แล้วก็ไม่แปลกอะไรตรงไหนนี่ ใครจะนอนกรงไหนก็ตามสะดวกสิ เธอสองคนจะมาเดือดร้อนอะไรกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ”

“ไม่ได้นะ เธอน่ะตามใจเจ้าบีเกิ้ลซะเคยตัว ดูสิเดี๋ยวนี้เจ้าหมาตัวนี้ไม่ฟังใครเลยนอกจากเธอคนเดียว บางทีฉันเรียกไม่รู้กี่สิบครั้ง ยังทำเป็นยืนเฉยไม่รู้ไม่ชี้และไม่มาตามที่ฉันสั่ง” ชายใหญ่ยังไม่มีทีท่ายุติข้อขัดแย้ง

“ฉันไม่ได้ตามใจใครมากกว่าใคร ฉันก็รักหมาแมวทุกตัวเท่าๆกันนั่นแหละ เธอก็รู้อยู่แก่ใจ ทำไมจะต้องมากล่าวหากันด้วย? อย่าลืมสิเจ้าหญิงอายุยังน้อยกว่าใคร แถมขนก็สั้นกว่าส้มตำ เวลาหนาวก็ต้องรู้สึกหนาวกว่า แค่หมาเปลี่ยนกรงนอนแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่”

“แต่เจ้าหญิงของเธออ้วนกลมจนจะเป็นหมูน้อยอยู่แล้ว หนาวแค่นี้ทำไมจะทนไม่ได้?” ชายใหญ่ตั้งปุจฉาที่น่ากวนประสาท โดยเฉพาะคำว่า”หมูน้อย”ที่เขาใช้เรียกแทนตัวยัยหญิง ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าระดับอุณหภูมิของอารมณ์ร้อนฉ่าทันที

 “จริงด้วย เจ้าหญิงอ้วนจนจะวิ่งไม่ไหวอยู่แล้ว” ชายเล็กแหลมเข้ามาสนับสนุนชายใหญ่   โห…ดูสิทั้งสองชายเล่นช่วยกันรุมเลยนี่หว่า

“เรากำลังพูดถึงเรื่องหมา ห้ามเอาเรื่องหมู หรือคำว่าหมูเข้ามายุ่งได้ไหม? แล้วก็พูดทีละคน ไม่ต้องมาตั้งวงคอรัสประสานเสียง ฉันฟังได้ทีละคน ถ้าพูดปนกัน ฉันจะฟังแบบผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาและไม่ได้ยิน” ผู้เขียนเริ่มเดือดจัด

“เธอต้องยอมรับความจริงสิว่าเจ้าหมูบีเกิ้ล โอ้..ขอโทษ!เจ้าหมาบีเกิ้ลตัวนี้ชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอด บางทีก็แย่งอาหารของส้มตำ บางทีก็ขู่แมวทั้งสองตัว เวลาให้อะไรก็รีบเอาของตัวเองไปซ่อนก่อน แล้วมาแย่งของส้มตำกินจนหมด ถึงค่อยไปคาบเอาของตัวเองออกจากที่ซ่อนนอนกิน อย่างสบายอารมณ์ ฉันเห็นมากับตาหลายหน ไงๆเธอก็ต้องจัดการฝึกอบรมเจ้าบีเกิ้ลตัวนี้ให้ได้ นิสัยเกเร ฉลาดแกมโกงแบบนี้ฉันไม่ชอบ” ชายใหญ่ร่ายยาว

“แล้วเธอจะให้เจ้าหญิงฉลาดแกมโง่หรือไง เธอถึงจะชอบ?”  

 

เมื่อต่างฝ่ายต่างหาข้อยุติไม่ได้ จึงต้องแบ่งฝ่ายอย่างที่เกริ่นมาข้างต้นนั่นแหละค่ะ

 ฝ่ายเจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ลแม้มีกำลังน้อยกว่า แต่เข้ายึดฐานเสบียงอาหารไว้ได้ก่อน จึงได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม  เราทั้งสองกินอาหารกันเต็มอิ่มตลอดวัน เพราะถือคติในการทำศึกว่า”กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” ฉะนั้นการเจรจาสงบศึกจึงมีขึ้นในช่วงอาหารมื้อค่ำ เพราะฝ่ายสนับสนุนเจ้าส้มตำทนนั่งกลืนน้ำเปล่าแกล้มกับอากาศมาตลอดวันแล้ว และไม่สามารถทนได้อีกต่อไป สรุปก็คือเจ้าหญิงเดอะบีเกิ้ลมีสิทธ์อันชอบธรรมที่จะเลือกนอนกรงไหนก็ได้  แล้วแต่ความพอใจและสมัครใจ โดยที่ชายหนุ่มทั้งสองสัญญาจะไม่ปริปากบ่นพร่ำอะไรอีกเด็ดขาด…สาธุ

                                                                                                                                                                                                    

ต้อนรับปีมังกรทองคะนองน้ำ

ขอปรับเปลี่ยนฉากใหม่ในปีมังกรทองคะนองน้ำ…ปีนี้เป็นปีน้ำ ก็เลยจัดฉากเป็นแบบใต้น้ำค่ะ หวังว่าคงเป็นปีน้ำที่ชุ่มฉ่ำด้วยความสุขทั้งกายใจสำหรับทุกๆคนนะคะ แต่มีหลายคนบ่นมาข้ามทวีปมาถึงผู้เขียนว่า”ขนาดปีที่ผ่านมาไม่ใช่ปีน้ำ ก็เกือบทำให้เป็นโรคกลัวน้ำอยู่แล้วนะ(โว้ย) คิดดูสิต้องตะเกียกตะกายหนีน้ำท่วมกันโกลาหลแค่ไหน? ยิ่งปีนี้เป็นปีน้ำ คราวนี้คงต้องแอบเกาะใต้ท้องยานอวกาศของนาซ่า ไปอาศัยอยู่ที่ดาวอังคารซะแล้วมั้ง?” เอาน่า…ทำใจดีๆมองอะไรให้เป็นบวกไว้ก่อนดีกว่า เพราะความคิดติดลบมันจะทำให้กำลังใจถดถอยไปซะก่อนที่จะสู้ ต้องสู้สิจ๊ะ…แพ้หรือชนะค่อยว่ากันอีกที…..ดีกว่าไม่ทันสู้เลยยอมยกธงขาวซะแล้ว

อ่านคำทำนายของโหรดังๆทั้งหลายที่วิเคราะห์วิจารณ์อะไรต่ออะไรมากมายที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ บางโหรทำนายตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปีไม่มีดีสักวัน อะไรมันจะเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือคะคุณพี่โหร?  เส้นกราฟยังมีขึ้นมีลง หุ้น สต๊อคก็ยังมีตกมีขึ้น มีฝนตกยังมีแดดออก แล้วไฉนเลยปีทั้งปีพี่ท่านจะหาวันดีๆไม่ได้สักวัน? หากถามว่าแล้วเชื่อไหมล่ะ? ไม่เชื่อก็อย่าหลบหลู่นะ ก็อยากตอบว่าไม่เคยคิดหลบหลู่ แต่ก็ไม่อยากรู้แต่ในเรื่องร้ายๆด้านเดียว อยากรู้ในเรื่องดีๆที่มีความหวังเป็นกำลังใจในชีวิตบ้าง จะไม่มีให้หวังบ้างเชียวหรือ?  เพราะในโลกนี้ แต่ละวันชีวิตคนเราก็วุ่นวายสับสนอลหม่านพออยู่แล้ว เครียดกันทั้งโลกเพราะพิษเศรษฐกิจ และมลพิษต่างๆในสิ่งแวดล้อมก็แทบจะซื้ออากาศมาหายใจกันอยู่แล้ว ขอรอยยิ้มและเสียงหัวเราะบ้างเถอะน่า….หรือว่าโลกจะเลวร้ายจนถึงขนาดว่าต้องไปซื้อรอยยิ้มมาติดหน้ากันแล้ว?

ปีนี้แม้เป็นปีน้ำ แต่ก็ขอให้ใช้น้ำกันอย่างประหยัดด้วยนะคะ เท่านั้นยังไม่พอ ต้องขอให้ช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดด้วยค่ะ อย่ามักง่ายทิ้งขยะหรือสิ่งปฏิกูลทั้งหลายลงน้ำ เพราะน้ำคือศูนย์รวมทุกอย่างของชีวิตทั้งหลายในโลก รวมทั้งพืชและสัตว์นานาชนิด นับตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต มีใครสักคนไหมคะที่จะบอกว่าตลอดชีวิตฉันไม่เคยใช้น้ำเลยแม้แต่หยดเดียว? เช้าตื่นขึ้นมาก็อ้าปากงับกินอากาศแทนอาหาร ตักอากาศมาอาบแทนน้ำ เป็นกิจวัตรวนเวียนมาตลอดชีวิต? 

แต่บางคนก็เกินไปอีกแหละที่ทะนุถนอมน้ำทุกหยด…ไม่กล้าใช้น้ำมาอาบชำระล้างร่างกาย เพราะกลัวเปลืองน้ำ ปรากฎว่าขี้ไคลที่ท่านสะสมไว้นั้นปั้นตัวแมวน้ำได้เป็นฝูงเลย แถมกลิ่นตัวที่ทำให้ทุกคนต้องวิ่งกระเจิงอีกต่างหาก….วันดีคืนดีถ้าท่านผู้ใดพบเห็นคนประเภทนี้ออกมาเดินเพ่นพล่านล่ะก็ กรุณาช่วยกันจับตัวโยนลงน้ำด้วยนะคะ จะได้บุญและกุศลอันยิ่งใหญ่เชียวล่ะค่ะ หนักใจอยู่อย่างเดียวว่าปลาในน้ำนั้นอาจจะขาดออกซิเจนหายใจซะก่อนนะสิคะ…

ตอนที่ผู้เขียนยังเด็ก…จำได้ว่าเกือบจะได้เดินทางไปเกิดใหม่ ก็เพราะน้ำ…เนื่องจากว่าตอนนั้นยังว่ายน้ำไม่เป็น แต่ก็ชอบแอบไปเล่นน้ำกับกลุ่มเพื่อนเด็กๆด้วยกันที่เขาว่ายน้ำเป็นแล้ว….ยิ่งพ่อกับแม่ห้าม…ก็ยิ่งอยากไปลอง…เลยเกือบจะจมน้ำอยู่รอมร่อ..เพราะเหยียบก้อนหินลื่นอยู่ใต้น้ำ เลยเสียหลักหน้าหงายไปข้างหลัง กำลังจะจมวูบไปใต้น้ำ…. แต่โชคดีที่เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งเห็นท่าไม่ดี รีบยื่นมือมาให้เกาะ แล้วดึงตัวผู้เขียนให้ทรงตัวได้ในนาทีที่ผู้เขียนกำลังจะจม…ชื่อของเพื่อนรุ่นน้องคนนั้นยังติดตรึงในความทรงจำไม่รู้ลืม “น้องเขียด” หรือ “น้องจินตนา เวียนไผ่” ป่านนี้อยู่ที่ไหนหนอ? หากมาอ่านเจอบล๊อคนี้ล่ะก็….ขอให้รับรู้ด้วยนะว่าพี่อ้อยไม่เคยลืมเหตุการณ์ในวันนั้นเลย…ไม่เคยลืมมือที่ช่วยชีวิตของพี่ในวันนั้น…และเป็นเหตุให้พี่ต้องหัดว่ายน้ำจนเป็นในทุกวันนี้….คิดถึงเสมอนะจ๊ะน้องเขียด…

ปีแห่งน้ำ…ก็เลยเตลิดเขียนไปเรื่อยๆตามน้ำ เพราะในชีวิตมีอะไรมากมายหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับน้ำ รวมทั้งเป็นคนที่เกิดในเดือนน้ำอีกต่างหาก…ก็เลยเป็นคนที่รักที่จะอยู่ใกล้ๆกับน้ำ….ชอบมองน้ำ…ชอบว่ายน้ำ…ชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้ำ….(แต่เกลียดอยู่อย่างเดียวคือน้ำ… ที่เป็นน้ำลายของพวกนักการเมือง….เพราะน้ำลายของคนเหล่านี้มีพิษในระดับสูงปรี๊ดที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแข่งขันและฉกฉวยโอกาสของผู้คนในสังคม) รู้สึกเศร้าใจทุกครั้งที่เห็นแหล่งน้ำหลายๆแห่งถูกมนุษย์ทำลายด้วยการทิ้งขยะให้น้ำเน่าเสีย….จนแทบจะหมดแหล่งน้ำที่สะอาดในโลกนี้อยู่แล้ว….

เพราะฉะนั้นปีแห่งน้ำปีนี้…ขอจงเป็นปีที่ทุกคนช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้สะอาดด้วยนะคะ…..ไชโย..ขอต้อนรับปีน้ำ..ปีมังกรทองแห่งความสุข….